จ้างเอเจนซี่ไม่ไหว แต่ก็คิดถึง AE เหลือเกิน! ปัญหาโลกแตกเมื่อแบรนด์อยากทำงานกับฟรีแลนซ์แต่ขาดตัวกลางมาคอยช่วยจัดการ

ไม่ใช่ทุกงานเหมาะกับการจ้างเอเจนซี่ และ ไม่ใช่ทุกงานที่เหมาะกับการทำงานกับฟรีแลนซ์ เราเชื่อว่าหลายคนที่ทำงานในแบรนด์ต่างๆ เข้าใจสิ่งนี้ว่า การเลือกงานให้เหมาะกับคนนั้นสำคัญแค่ไหน

แต่แน่นอน ไม่ใช่รู้ว่าปัญหาคืออะไรแล้วจะแก้ได้เสมอไป

“แคมเปญเล็กๆ พี่ว่าเราจ้างฟรีแลนซ์หลายๆ คนมาทำน่าจะดีกว่านะ”

การติดต่อฟรีแลนซ์ เรื่องที่เหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งหากใครที่เคยทำงานหรือทำแคมเปญร่วมกับเอเจนซี่ ก็จะรู้ดีว่าการมี AE หรือ คนที่เป็น Account Management นั้นสำคัญแค่ไหน เพราะนับเป็นตำแหน่งที่สำคัญในการประสานงานระหว่าง คนทำงาน กับ คนทำงาน ได้ดีที่สุด คือเรียกว่าหากฝั่งแบรนด์ต้องการอะไร ขอแค่บอกเดี๋ยว AE จะไปจัดการมาให้ตามคำขอ เรียกว่าคุยคนเดียวจบ ครบทุกกระบวนการ คุยเสร็จรอรับงานอย่างเดียว

กลับกัน ถ้าเกิดคุณกำลังจะทำแคมเปญอะไรสักหนึ่งแคมเปญ ที่ต้องการชิ้นงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก โมชั่น คอนเทนต์ หรืออื่นๆ การหาฟรีแลนซ์มาทำทั้งหมดให้เป็นเรื่องเดียวกันว่ายากแล้ว การจัดการ “ดีล” กับทุกคนนั้นยากกว่า Fastwork เข้าใจตรงนี้เราจึงมีบริการ Account Management

Account Management จาก Fastwork ทำอะไร?

ถ้าสรุปให้จบในประโยคเดียวคงต้องบอกว่าเป็นบริการที่ “เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว” เพราะแค่คุณบอกว่าอยากได้อะไร เราจัดให้ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น

บริการ Special Key Contact

คุยคนเดียวจบครบทุกชิ้นงานเรียกว่า ไม่ว่าคุณจะอยากได้อะไร แนวไหน กี่ชิ้น ไม่ต้องไปลงมือหาฟรีแลนซ์เอง บอกมาคำเดียวเดี๋ยวเราจัดให้

Timeline Management 

เรื่องเวลาเราจัดสรรให้ หลายครั้งที่รู้ว่าอยากได้อะไร แต่ไม่รู้จะวางไทม์ไลน์อย่างไรเพราะงานท่ีต้องการนั้นเยอะ แล้วก็หลากหลาย การจัดการไทม์ไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

Work Pre-Screen

ตาวิเศษเห็นนะ หลายครั้งที่ทำงานกับฟรีแลนซ์หลายๆ คนพร้อมกัน แล้วตรวจงานจนงง จนเบลอ บางทีเผลอปล่อยงานที่ผิดพลาดไม่ตรงเป้าหมายให้ผ่านไปซะอย่างนั้น แต่ถ้าให้ Fastwork ช่วย เราจะมีบริการช่วยดูรายละเอียดเรียบร้อยของงานจากฟรีแลนซ์ให้ก่อน แล้วลูกค้าค่อยตรวจดูอีกที เพื่อลดขั้นตอนการคอมเมนต์ไปกลับ นอกจากจะช่วยให้ได้คุณภาพตามต้องการยังช่วยลดเวลาให้มีเวลาไปโฟกัสกับอย่างอื่นอีกด้วย

Screen ราคา freelance ให้

จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน เมื่อการเลือกฟรีแลนซ์ไม่ง่ายเหมือนซื้อเสื้อผ้า การค้นหาฟรีแลนซ์ ที่เก่ง และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับความต้องการเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา เราแนะนำว่าเอาเวลาไปโฟกัสอย่างอื่น แล้วให้ Fastwork ช่วยสกรีน ราคาฟรีแลนซ์ให้ดีกว่า

Consultant 

สุดท้าย มากกว่าแค่ช่วยประสานงานแต่เรายังให้คำปรึกษาเรื่องการทำงานได้ด้วย ถ้าคุณกำลังคิดอยากทำแคมเปญการตลาด แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ไม่ต้องไปไหนไกล มาเริ่มคุยกับ Fastwork ได้เลย

สำหรับใครที่สนใจสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่นี่เลย https://www.fastworkbusiness.com/

Re-Size ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ ทำยังไงเมื่อจำนวนชิ้นงานกราฟิกเป็นปัญหาคอขวดที่หลายบริษัทต้องเจอ

“ชิ้นนี้ Approve แล้วค่ะ งั้นพี่รบกวนรีไซส์ให้พี่อีก 30 ชิ้นเลยนะ”

เห็นการตัวอย่างจากเรื่องจริงที่หลายคนต้องเจอ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่ความผิดขององค์กรหรอก แต่อาจจะเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม และบางครั้งอาจจะรู้ว่าเป็นปัญหา แต่ไม่รู้จะแก้ยังไง

วันนี้ Fastwork For Business จะมาชี้ให้เห็นปัญหาพร้อมกับเสนอวิธีแก้ให้เลย

 

รีไซส์ (Resize) เท่ากับ รีดีไซน์ (Redesign)

“ก็แค่รีไซส์เอง ไม่เห็นยากเลย รบกวนหน่อยนะ”

เดี๋ยวก่อน เราอยากบอกว่า ถึงการนำกราฟิกที่ดีไซน์เสร็จแล้วมารีไซส์ จะไม่ใช่การลงมือดีไซน์ใหม่ทั้งหมด หรือต้องตั้งต้นจากศูนย์ 

แต่การรีไซส์จากกราฟิกตัวหลัก ที่มี Ratio แบบหนึ่ง มาเป็นอีก Ratio หนึ่ง นับเป็นการ “รีดีไซน์” เหมือนกันนะ เพราะว่าในแต่ละไซส์ หรือแต่ละพื้นที่แพลตฟอร์มที่จะนำไปใช้นั้นต้องการ “การมองเห็น” และ “การอ่าน” ไม่เหมือนกัน

ลองนึกภาพว่า เรามี Key Visual หลักเสร็จแล้วหนึ่งชิ้น แล้วต้องนำไปแตกไฟล์ รีไซส์ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ มีตั้งแต่สื่อหน้าสาขา ป้ายต่างๆ รวมไปจนถึงคอนเทนต์สำหรับออนไลน์ ที่แต่ละแพลตฟอร์มก็ต้องการขนาดที่ต่างไปอีก

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การรีไซส์ จึงไม่ใช่แค่การนำรูปหลักมาครอปเปลี่ยนขนาด แต่ต้องรีดีไซน์ เพื่อให้กราฟิกทั้งหมดลงตัวกับไซส์นั้นๆ ด้วย

 

ปัญหาคอขวด กับ เวลาของคนเก่ง

หลายครั้งที่ กราฟิกขั้นเทพ ของบริษัท ที่ใช้เวลาออกแบบกราฟิกออกมาให้สวยงาม กลับไม่ค่อยมีเวลาครีเอทสิ่งใหม่ๆ เพราะเสียเวลากับการทำหนึ่งชิ้น แตกไซส์ อีกจำนวนมหาศาล!

กลายเป็นว่ากว่าจะทำครบ ก็มีงานใหม่เข้ามาไม่มีเวลาทำอีก จะส่งให้น้องๆ ในทีม ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทจะมีทีมกราฟิกมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ 

ทำให้กว่าจะได้งานกราฟิกสำหรับสื่อสารครบทุกชิ้น ก็เรียกว่าจะเลยเวลาโปรโมทกันแล้ว และพอสะสมไปเรื่อยๆ ก็เกิดเป็นปัญหาคอขวด ที่รอวันระเบิด

 

ให้มืออาชีพช่วย

อย่างที่บอกไปว่า การรีไซส์ คือการ รีดีไซน์ เพราะฉะนั้นงานนี้ต้องการมืออาชีพ และ Fastwork For Business ของเราก็มีทีมกราฟิกดีไซน์เนอร์มืออาชีพ ที่พร้อมจะรองรับการรีไซส์จำนวนมาก ในเวลาอันรวดเร็ว ทันใจ 

โดยที่ไม่ต้องกังวลว่า ทีมงานกราฟิกภายในจะทำงานกันไปทัน ให้ได้มีเวลาเหลือไปครีเอทสิ่งใหม่ๆ ล้ำๆ ส่วนงานที่ต้องใช้เวลา และจำนวนคน ให้พวกเรา Fastwork For Business  ได้เลย!

 

หากใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มสนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

ทำอย่างไร เมื่องานยุคนี้ต้องทั้ง ไว และ คุณภาพดี กับข้อจำกัดเรื่องคนที่ทุกบริษัทต้องเจอ

มีพนักงาน Inhouse มากแค่ไหนก็ทำไม่ทันอยู่ดี! บางครั้งแม้ว่าจะมีพนักงานประจำก็ยังไม่พอต่อความต้องการ การทำงาน Inhouse ในบางองค์กรต้องใช้ระยะเวลานานเพราะมี Priority หลายอย่างที่ต้องทำ อาจทำให้บางโปรเจคที่มีไทม์ไลน์จำกัดเสร็จไม่ทันตามที่วางไว้  จะดีกว่าไหม.. ถ้ามีคนมาช่วยโดยไม่ต้องรอคนในองค์กร?

การทำงานแต่ละโปรเจคที่มีไทม์ไลน์จำกัด ให้สำเร็จ ทันเวลาและออกมาดี เป๊ะ ปัง ถูกใจลูกค้าและหัวหน้านั้น ลองมองหาตัวช่วยหรือคนนอกองค์กรที่มาช่วยทำงานให้เรา นั่นคือ ‘Freelance’ หรือ ‘Supplier’ นั่นเอง โดยตัวกลางจะช่วยเลือก Supplier ให้เหมาะกับไทม์ไลน์ ตัวงานและรูปแบบธุรกิจนั้น ๆ เช่น หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กก็เหมาะกับการจ้าง ‘Freelance’ หรือธุรกิจขนาดใหญ่จะเหมาะกับการจ้าง ‘Agency’ มากกว่า ด้วย Scope ของงานและรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างลูกค้าของเราที่เป็นบริษัทประกัน มีปัญหาเกิดขึ้นคือทีมกราฟิกภายในไม่เพียงพอต่อจำนวนงานที่เขามี มีหลายงานที่ไทม์ไลน์ค่อนข้างสั้น และต้องอาศัยความเร็ว ซึ่งไม่สามารถแทรกคิวงานของ Inhouse เขาได้ จึงได้มีการจ้าง Fastwork For Business ที่มาช่วยให้เขาจัดการชิ้นงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น เสร็จงานได้ตามไทม์ไลน์ที่กำหนด สะดวกง่ายแถมราคายังจับต้องได้อีกด้วย

แต่ก็ยังคงมีข้อควรระวังในการเลือก ‘Freelance’ หรือ ‘Supplier’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Confidential Information ที่อาจจะหลุดไปสู่ภายนอกได้หากเลือกจ้าง ‘Freelance’ ในนามบุคคลที่ไม่มีความเชียวชาญมากพอ เพราะเราไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ เราจึงแนะนำให้จ้างกับองค์กรหรือบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าข้อมูลขององกรค์จะไม่รั่วไหลออกไปอย่างแน่นอน

Fastwork For Business เรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทุกรูปแบบงานอย่างครบวงจร ที่จะช่วยให้คุณส่งงานได้ทันไทม์ไลน์ และช่วยให้งานของคุณออกมามีประสิทธิภาพ ตรงตามที่ต้องการ โดย Supplier ผู้เชี่ยวชาญจากทาง Fastwork For Business

“เสียง” Storytelling มาแรง ที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม

ท่ามกลางการแย่ง Eye ball หรือการมองเห็นจากทุกแพลตฟอร์มของทุกแบรนด์ ทำให้โอกาสที่คนจะเห็นสินค้าหันมามองโฆษณา หรือเนื้อหาของแบรนด์ได้นั้นเป็นเรื่องยากมากในปัจจุบัน แต่ถ้าการทำให้ลูกค้ามองเห็นนั้นยาก ทำไมเราไม่ลองให้พวกเค้าได้ “ได้ยิน” เรื่องราวของแบรนด์แทนละ!

 

Podcast เทรนด์ใหม่แห่งการทำการตลาด ในขณะที่ 2 ตาของคนเรานั้น มองคอนเทนต์หรืออ่านได้เพียงไม่กี่อย่าง และยังต้องโฟกัสไปที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น “การฟัง” กลับเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถที่จะ ฟัง และทำสิ่งอื่นๆ ไปได้ด้วย ลองนึกดูสิว่าทุกวันนี้คนเราอยู่บนถนนวันละกี่ชั่วโมง การจะอ่านหรือดูคอนเทนต์ตอนขับรถ คงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ แต่ถ้าเป็นการ ฟัง ต่อให้จะขับรถ ออกกำลังกาย หรือเล่นโซเชียลมีเดียอื่นๆ ไปด้วย ก็ยังทำได้

และนั่นคือข้อได้เปรียบของคอนเทนต์ประเภท Podcast แต่การจะทำให้คนหยุดฟัง นอกจากตัวคอนเทนต์แล้ว “เสียง” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอยากฟังต่อ

 

The Secret Sauce หรือ คำนี้ดี จาก The Standard podcast น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะนอกจากการเล่าเรื่องที่ดีแล้ว “เสียง” ของทั้งเคน นครินทร์ และ บิ๊ก ภูมิชาย นั้นใช้น้ำเสียงได้ชวนฟัง และ น่าติดตามเอามากๆ

 

แบรนด์มีเรื่องเล่า เรามี “เสียง” ที่เหมาะสม

 

Fastwork For Business เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงครบวงจร พร้อม Voice Talent ที่พร้อมตอบทุกโจทย์ ทั้งการบรรยาย ลงเสียงโฆษณา ไปจนถึงการทำ Podcast อ่านถึงตรงนี้ถ้าแบรนด์คุณกำลังต้องการเล่าเรื่องผ่านเสียง แต่ยังไม่มีเสียงที่ใช้ สามารถติดต่อเราเพื่อคุยรายละเอียดต่อไปได้เลย

ทำไมคนถึงจำภาพได้มากกว่าอ่าน Text?

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงจดจำสิ่งที่เป็นภาพหรือวีดีโอได้มากกว่าการอ่านข้อความบรรยายยาว ๆ ทำให้แบรนด์หรือธุรกิจส่วนใหญ่นิยมสื่อสารกับลูกค้าผ่านรูปแบบภาพหรือวีดีโอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 2D&3D Animation, Infographic, Motion Graphics และอื่น ๆ 

 

วันนี้ Fastwork For Business เลยอยากมาไขข้อสงสัยว่าทำไมคนถึงจำภาพได้มากกว่าการอ่าน Text?

1. รวดเร็วและน่าจดจำ – ด้วยยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งการแข่งขันด้วยความเร็ว วีดีโอหรือแอนิเมชันเป็นตัวช่วยสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน มีข้อมูลจากสถิติแสดงให้เห็นว่าคนดูมีแนวโน้มที่จะรับข้อมูลและจดจำข้อความของแบรนด์ผ่านวีดีโอสั้น ๆ ได้มากกว่าการอ่านเป็นข้อความหรือการดูเป็นภาพนิ่งซะอีก

 

2. ทำให้เห็นภาพชัดเจน – บอกเลยว่าการทำวีดีโอแอนิเมชันเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ในทุกหมวดของธุรกิจเลยก็ว่าได้ เพราะช่วยทำให้คนดูเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้สินค้าหรือการจัดโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ของคุณ ไปจนถึงวีดีโอการฝึกอบรมพนักงาน วีดีโออธิบาย วีดีโอโฆษณาต่าง ๆ 

 

3. สร้างอรรถรสให้คนดูอยากติดตาม – การสร้างวีดีโอที่มีเรื่องราว ทำให้คนดูรู้สึกสนุก ไม่น่าเบื่อ จะทำให้คนดูให้ความสนใจและอยากติดตามต่อจนจบ โดยเนื้อหาหรือข้อมูลในวีดีโอนั้นควรให้ประโยชน์แก่ผู้รับชมด้วย เพราะหากคนดูรู้สึกว่าได้รับประโยชน์จากวีดีโอ ก็มีโอกาสที่เขาจะแชร์ออกไปให้คนอื่น อาจทำให้วีดีโอนั้นกลายเป็นไวรัลเลยก็ได้

 

4. กระตุ้นให้เกิด CTA (Call to Action) – บางครั้งจะเห็นได้ว่าหลังจากดูวีดีโอแอนิเมชันต่าง ๆ จบก็จะมีการกระตุ้นให้เกิดการกระทำ CTA จากคนดูในตอนท้าย เช่น ให้กดหมายเลขนี้ ปุ่มนี้ เพื่อให้เกิดการสั่งซื้อสินค้าและบริการ แต่การที่จะทำให้คนดูมีส่วนร่วมได้นั้น คลิปวีดีโอจะต้องทำให้คนดูรู้สึกตื่นตาตื่นใจ สนุก ซึ่งการทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วม ยังช่วยทำให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อมากขึ้นอีกด้วย

 

5. ทำเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย – ในการเห็นข้อมูลผ่านตัวอักษรยาว ๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านการย่อย อัดแน่นไปหมด สร้างความสับสนและทำให้คนที่เห็นรู้สึกไม่น่าสนใจและเลื่อนผ่านไป การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบวีดีโอหรือแอนิเมชันนั้น จะช่วยให้คนดูเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่รู้สึกยุ่งยาก หรือทางที่ดีอาจจะผสมผสานในรูปแบบเรื่องเล่าผ่านภาพและข้อความไปด้วยกันก้ได้เหมือนกัน

 

จะเห็นได้ว่าการทำวีดีโอในรูปแบบของ 2D&3D Animation นั้นสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากจะสามารถสื่อสารได้อย่างง่ายดาย ยังสามารถสร้างสรรค์ไอเดียได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของผู้ทำ ที่ Fastwork For Business เรามีผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำ 2D&3D Animation ที่ช่วยในการเล่าเรื่องสินค้าและบริการของคุณให้เข้าใจง่าย ทำให้ผลงานของคุณออกมาปัง บอกเลยว่าครบจบในทีเดียว!

เปิดธุรกิจใหม่พร้อมทำ Website อีกหนึ่งช่องการตลาดออนไลน์ ที่ให้คุณได้มากกว่า

ในขณะที่ธุรกิจใหม่ ๆ กำลังเติบโตขึ้น การทำการตลาดออนไลน์ที่มีมากขึ้น ดังนั้นจึงเกิดการแข่งขันในการทำธุรกิจผ่านทางทางออนไลน์มีเดียต่าง ๆ ซึ่งมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง การสร้างเว็บไซต์จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สำคัญและเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในการทำการตลาดออนไลน์ เนื่องจากเว็บไซต์นั้นเปรียบเสมือนหน้าร้านที่จะต้องต้อนรับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เป็นพื้นที่ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใจการบริการหรือตัวผลิตภัณฑ์ของธุรกิจได้มากกว่าแพลตฟอร์มต่าง ๆ และยังเป็นตัวช่วยในการดึงดูดลูกค้าได้จากการค้นหาผ่านทางเครื่องมือค้นหา ดังนั้นตัวเว็บไซต์เองจะต้องมีรูปแบบที่เข้าใจง่ายและรองรับกับการใช้งานทุกรูปแบบทั้งในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน

ในปัจจุบันการทำเว็บไซต์ก็ยังเป็นสิ่งที่ธุรกิจ SME นั้นต้องให้ความสนใจเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างธุรกิจ SME ที่กำลังมีการทำการตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ เช่น ธุรกิจ SME แบรนด์ ไร่ไม่จน ซึ่งเป็นธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอ้อยที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ นอกจากจะมีการอัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีการทำเว็บไซต์เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงและเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

 

เหตุผลที่ธุรกิจควรมีเว็บไซต์

ในการทำการตลาดออนไลน์ ถึงแม้จะมีช่องทางในโชเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำการตลาดเพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การสร้างเว็บไซต์ก็ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมืออาชีพ สำหรับเหตุผลว่าทำไมธุรกิจจำเป็นต้องมีเว็บไซต์และเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้

1. สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์

ในมุมมองของลูกค้าการประเมินความน่าเชื่อถือมักจะมองไปที่จำนวนยอดไลค์ยอดแชร์ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างขึ้นมาได้ ดังนั้นการสร้างเว็บไซต์จึงเป็นเสมือนหน้าร้านที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และถ้าหากแบรนด์มีหน้าเว็บไซต์ที่สวยงามเข้าใจง่ายก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน

2. ช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่

ในการทำเว็บไซต์สามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ให้กับธุรกิจได้โดยผ่านเครื่องมือค้นหา ถ้าเว็บไซต์ของธุรกิจมีการทำ SEO หรือมีการจัดรูปแบบเว็บไซต์ให้สวยงามจนติดอับดับการค้นหา เมื่อลูกค้าทำการเสิร์จผ่านเครื่องมือค้นหาก็จะพบเว็บไซต์ของเราขึ้นมาเป็นอันดับแรก

3. การมีเว็บไซต์เหมือนมีพนักงานที่สามารถทำงานได้อยู่ตลอด

ในการซื้อของไลน์หรือการส่งคำถามต่าง ๆ ที่สงสัยเกี่ยวกับการใช้งานสินค้าหรือข้อมูลของแบรนด์ ลูกค้าอาจจะประสบปัญหาในการรอดำเนินการรตอบแชทจากแอดมินที่ดูแลเพจ ซึ่งการมีเว็บไซต์จะสามารถลดปัญหาเหล่านั้นได้อย่างมาก การซึ้อของและการชำระเงินจะเป็นไปได้อย่างสะดวกมายิ่งขึ้นเมื่อดำเนินการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเปรียบเสมือนพนักงานที่สามารถทำงานได้อยู่ตลอด

4. ทำหน้าที่เป็น “กูรู” ที่คอยให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า

จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มักจะใช้เครื่องมือค้นหาในการค้นหาสิ่งที่ต้องการจะรู้ ซึ่งถ้าหากเว็บไซต์ของแบรนด์สามารถตอบปัญหาและให้คำแนะนำเหล่านั้นกับลูกค้าได้ จะทำให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจและเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

 

ธุรกิจแต่ละประเภทเหมาะกับเว็บไซต์แบบไหน

ปัจจุบันรูปแบบของเว็บไซต์ก็ได้มีการพัฒนาอย่างหลากหลายรูปแบบเพื่อปรับเหมาะสมในแต่ละธุรกิจ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจ การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันสามารถทำได้ไม่ยากเนื่องจากมีตัวช่วยจากผู้ผลิตเว็บไซต์แบบสำเร็จคอยอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจใหม่ ๆ ที่สนใจสร้างเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจร้านอาหารอาจเหมาะกับการทำเว็บไซต์ที่ใช้รูปอาหาร เน้นให้ดูน่ารับประทาน พร้อมกับบอกรายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งของร้านและช่องทางวิธีการสั่ง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าใจและสั่งซื้อได้ง่าย ธุรกิจที่มีสินค้าราคาแพงอาจเน้นไปที่เรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยการใส่ข้อมูลการติดต่ออย่างชัดเจนพร้อมกับให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า

 

สำหรับการสร้างเว็บไซต์ในแต่ละแบบให้เหมาะสมกับธุรกิจนั้นอาจมีบางขั้นตอนที่ยุ่งยากและต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างหรือเป็นผู้ช่วยดูแลและจัดการ  Fastwork For Business สามารถช่วยคุณสร้างเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้

สร้าง Content ให้น่าสนใจ เพิ่มยอดขายให้ปังด้วย VDO Production

Trend ในการถ่ายหนังหรือการทำ Video Production ในปี 2021

ทุกวันนี้การสร้างแบรนด์หรือการทำโฆษณาผ่านทางโลกออนไลน์นั้นถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำการตลาดที่กำลังได้รับความนิยม จึงก่อให้เกิดการแข่งขันในการสร้างสรรค์และผลิตคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและเป็นที่รู้จักผ่านทางโลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งการผลิตคอนเทนต์ประเภทวีดีโอก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการผลิตคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้และอาจจะมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกในอนาคตเช่นกัน ในปัจจุบันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่างที่เอื้อต่อการทำ Video Production

 

สำหรับเทรนด์การทำ Video Production ในปี 2021 ก็มีอยู่หลากหลายซึ่งสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณได้ ดังนี้

  1. Short Form Video 

เป็นเทรนด์ในการทำวีดีโอแบบสั้น ซึ่งมีความยาวประมาณ 15-30 วินาที การทำวีดีโอในลักษณะนี้จะสามารถสร้างความดึงดูดใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที และยังมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจถ้าหากกลุ่มเป้าหมายนั้นดูวีดีโอของคุณจนจบ โดยการทำ Short Form Video นี้สามารถทำได้ในหลายแพลตฟอร์ม อย่างใน Tik Tok ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานที่เป็น Short Form Video ใน Instagram ฟีเจอร์ IG Story และใหม่ล่าสุดคือการทำวีดีโอ Reel ใน Instagram 

  1. Live

เทรนด์การ Live หรือการถ่ายทอดสด เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มักจะพบเห็นได้บ่อยในธุรกิจเสื้อผ้าหรือในกลุ่มธุรกิจที่มีผู้ติดตามที่มากในระดับหนึ่ง ซึ่งวิธีการนี้ยังเป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าและตัวธุรกิจอีกด้วย ในปัจจุบันนี้มีอีกรูปแบบของการ Live วีดีโอที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือการทำวีดีโอ Live commerce นั่นเอง

  1. User-Generated Video Content

เป็นเทรนด์ในการสร้างคอนเทนต์ในประเภทวีดีโอ เป็นเหมือนวิธีการบอกต่อโดยกลุ่มลูกค้าด้วยกันเอง ซึ่งกลุ่มลูกค้าเต็มใจเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ให้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในรูปแบบวีดีโอไม่ว่าจะเป็นผ่านทาง IG story วีดีโอบน Facebook หรือการ Live

  1. Educational video

เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่เริ่มใช้เวลาอยู่บ้านและใช้เวลาไปกับการใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น ดังนั้นการมองหาคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ

  1. AR Content (หรือที่เรียกว่า AR Filter)

เป็น Filter สำหรับวีดีโอที่คนนิยมใช้กันอย่างมากด้วยความสวยงาม ความน่ารักและความสร้างสรรค์จากฟิลเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น ใบหน้าตลก ๆ หรือข้อความกวน ๆ  นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงและถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ Instagram

อยากเริ่มต้นทำ Video Production ต้องทำอย่างไร

สำหรับการเริ่มต้นในการผลิตคอนเทนต์ประเภทวีดีโอนั้นมีอยู่หลายระดับตั้งแต่การทำคอนเทนต์อย่างง่ายที่แบรนด์สามารถทำได้ด้วยตัวเองเพื่อเป็นการประหยัดงบ ไปจนถึงการจ้างทีมงานมืออาชีพสำหรับการผลิตคอนเทนต์โฆษณาเพื่อให้ได้รับผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่มากพอ และขั้นตอนการผลิตคอนเทนต์ที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้มีดังนี้

  1. ความต้องการ

เจ้าของแบรนด์ต้องมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความต้องการของแบรนด์หรือกลุ่มลูกค้าเพื่อที่จะได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปบรีฟงานกับ Agency เพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของแบรนด์ 

  1. Creative

ขั้นตอนในการคิดไอเดียในการสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากเพราะเป็นส่วนของการวางแผนเพื่อเริ่มต้นของการทำงานในขั้นต่อ ๆ ไป

  1. ขั้นตอนการผลิตคอนเทนต์

ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับไอเดียที่ได้วางแผนไว้ในขั้นตอนที่แล้ว ซึ่งในการผลิตคอนเทนต์บางอย่างตัวแบรนด์ก็สามารถทำได้เอง อย่างคอนเทนต์ประเภท User-Generated Video Content ไปจนถึงการจ้างทีมในการผลิตหรือที่เรียกว่า Production House

  1. การทำให้เป็นไวรัล

อาจจะทำด้วยวิธีการแชร์ไปตามแพลตฟอร์มโชเซียลต่าง ๆ หรือการใช้เงินลงทุนในการจ่ายค่าโฆษณา ซึ่งการที่จะทำให้เป็นไวรัลได้ไอเดียในการผลิตก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน

  1. การประเมินความสำเร็จ

เป็นการประเมินเพื่อนำผลที่ได้ไปปรับใช้ในการวางแผนธุรกิจหรือผลิตคอนเทนต์ในครั้งต่อไป

สำหรับงบประมาณในการผลิต Video Production นั้นมีหลายราคาขึ้นอยู่กับวิธีการและไอเดียที่ใช้ในการผลิต อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญในการผลิตนั้นคือไอเดียที่จะทำคอนเทนต์ให้กลายเป็นที่น่าสนใจ

ให้ Fastwork For Business ช่วยคุณในการคิดไอเดียคอนเทนต์ได้อย่างสร้างสรรค์ ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้

Instagram Content วิธีทำ Online Marketing สุดฮิต ที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรพลาด!

การทำ Online Marketing ผ่าน Instagram นั้นนับว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากแพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างความดึงดูดใจให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านการนำเสนอภาพที่สวยงาม นอกจากนี้รูปแบบการใช้งานของ Instagram ยังทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใจตัวแบรนด์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับตัวคอนเทนต์ในการทำ Online Marketing บน Instragram จะมีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละแบรนด์ ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าจะเน้นวิธีการในการทำให้เกิดความสนใจกับกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปภาพที่มีความโดดเด่น การสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย การจัดแคมเปญที่ทำให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ หรือการจัดโปรโมชั่นเป็นต้น นอกจากนี้ตัวฟีเจอร์ของ Instagram หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องก็ยังได้มีการพัฒนารูปแบบเพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์และสร้างความสะดวกในการทำธุรกิจอีกด้วย 

ในปัจจุบันแบรนด์ดังต่าง ๆ หลายแบรนด์ก็ยังคงใช้ Instagram ในการเข้าถึงลูกค้าและโปรโมทธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ Nike  ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการโปรโมทสินค้าโดยวิธีการสร้างคอนเทนต์ผ่านการใช้ภาพของสินค้าเป็นหลักเพื่อแสดงให้เห็นความโดดเด่นของสินค้าเป็นต้น

 

ธุรกิจที่เหมาะกับการทำ Instagram Content 

ถ้าเราต้องการที่จะทราบว่าธุรกิจของเรานั้นเหมาะกับแพลตฟอร์มนี้หรือไม่ เราจำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของเราก่อนว่าเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทไหนและต้องทราบว่ากลุ่มผู้ใช้งาน Instagram เป็นใครด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นผู้ใช้งานที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่ชอบดูทั้งภาพและวีดีโอมากกว่าเนื้อหาที่เป็นข้อความ ซึ่งจะตอบโจทย์อย่างมากสำหรับธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในช่วงวัยเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SME ที่จำหน่ายทั้งสินค้าหรือบริการ หรือแม้กระทั่งธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

 

Feature ต่าง ๆ บน Instagram ที่คุณไม่ควรพลาด 

การนำ Instagram เข้ามาใช้เป็นวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างง่ายในการเริ่มต้นทำธุรกิจเนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับตัวแอพพลิเคชันเองก็ได้มีการพัฒนาและเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อรองรับการทำธุรกิจซึ่งสำหรับฟีเจอร์ที่ไม่ควรพลาดในปัจจุบันมี ดังนี้

  1. ฟีเจอร์ในการตั้งค่าบัญชีให้เป็นบัญชีที่เป็นทางการหรือบัญชีธุรกิจ

การใช้ฟีเจอร์นี้สำหรับบัญชีธุรกิจจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือกับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น เพราะจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใจได้ว่าเราเป็นธุรกิจประเภทใด ขายสินค้าอะไร

  1. ฟีเจอร์ Instagram Stories

เป็นฟีเจอร์สำหรับการลงวีดีโอหรือรูปภาพในระยะเวลาที่จำกัด 15 วินาที สามารถใช้สำหรับโปรโมทด้วยการซื้อโฆษณาได้ 

  1. ฟีเจอร์การ Live 

ฟีเจอร์ที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าและสามารถตอบคำถามได้อย่างเรียลไทม์ ซึ่งจุดนี้ เหมาะอย่างมากกับแบรนด์หรือธุรกิจที่ค่อนข้างมีฐานผู้ติดตามแล้ว

  1. ฟีเจอร์ IG Shopping

ช่วยทำให้การขายนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่คุณสามารถใส่ราคาและรายละเอียดของสินค้าเข้าไปได้ เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า

  1. ฟีเจอร์ Analytics Tools

ฟีเจอร์ในการช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าถึงของผู้คน ทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์และวางแผนการตลาดได้ในครั้งต่อไป

  1. ฟีเจอร์ Carousel

เป็นฟีเจอร์ที่สามารถรวมโพสต์หลาย ๆ โพสต์ไว้ในโพสต์เดียว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าใจถึงตัวผลิตภัณฑ์แต่ละตัวของแบรนด์ได้มากขึ้น

 

แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว การสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้กับแบรนด์ก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องควบคุมให้ดี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของคอนเทนต์ เวลาและความถี่ในการโพสต์ รูปภาพในการนำเสนอที่มีความน่าสนใจมากพอ ซึ่งการควบคุมและดูแลเรื่องเหล่านี้ในบางครั้งธุรกิจอาจจะจำเป็นที่จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการทำ Online Marketing ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบน Instagram เพื่อสร้างความดึดดูด และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์หรือธุรกิจของคุณมากยิ่งขึ้น ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ ให้ Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ 

ส่องเทรนด์การทำการตลาดผ่าน Influencer บน TikTok ทำยังไงให้ปัง!

ในช่วงที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักแอพพลิเคชันที่ชื่อ “TikTok” ที่เป็นแพลตฟอร์มบน Social Media ในรูปแบบของ Short Video Content ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีการเติบโตได้รวดเร็วที่สุดในปัจจุบันนับตั้งแต่เริ่มเปิดบริษัทปี 2016 มียอดดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 1,000 ล้านครั้ง เรียกได้ว่าเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว 

 

ทำไมธุรกิจถึงควรทำการตลาดบน TikTok

ด้วยตัว “TikTok” ซึ่ง เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์วีดีโอสั้น ๆ 15 วินาที โดยการใส่เพลงและ AR Effect ต่าง ๆ จนทำให้เกิดวีดีโอไวรัลและมีมต่าง ๆ มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถทำการตลาดผ่าน Influencer บนช่องทางนี้ได้เช่นกัน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายและยังสร้างสรรค์เป็น Influencer Viral Content ที่สามารถสร้างยอด Engagement ได้ดีกว่าช่องทางอื่น ๆ อีกด้วย 

การทำการตลาดบน TikTok หากคุณสามารถทำเป็น Challenge หรือ Campaign ก็จะสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจคุณได้อย่างดีเยี่ยม เช่น Uniqlo สร้างแคมเปญชื่อว่า “UTPlayYourWorld” โดยให้ผู้เล่นใส่เสื้อยืด UT By Uniqlo เต้นประกอบเพลงตาม Effect ซึ่งได้รับผลตอบรับที่เกินคาดจากกิจกรรมนี้ ส่งผลให้ยอดขายเสื้อยืด UT By Uniqlo โตขึ้นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและการสร้าง Awareness ของธุรกิจ

 

5 เหตุผลที่ควรทำการตลาดผ่าน Influencer บน TikTok

1. ธุรกิจจะเข้ามาทำการตลาดบน TikTok มากขึ้น

เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในคนทั่วไปหรือแม้กระทั่ง Influencer ต่าง ๆ ก็ให้ความสนใจกับ TikTok ทำให้ธุรกิจเห็นถึงช่องทางในการทำการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจของตนเองผ่านแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งการจะเข้ามาในโลก TikTok นั้น ธุรกิจต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้เล่นก่อน ว่าคนใน TikTok ชื่นชอบคลิปแบบไหน การเข้าใจผู้เล่นได้มากเท่าไหร่ ก็ย่อมสร้าง Engagement ได้มากเท่านั้น

2. ธุรกิจทำโฆษณาวีดีโอมากขึ้น

จากสถิติพฤติกรรมของคนในปัจจุบันใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการดูวีดีโอออนไลน์ ด้วยความต้องการของผู้ชมที่มากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บริษัทหรือธุรกิจต่าง ๆ จะพยายามทำการตลาดรูปแบบวีดีโอมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งการทำวีดีโอในอดีตดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องจ้าง Production ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันเพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนกับ TikTok ก็สามารถสร้าง Viral Content ได้ หรือนอกจากนี้ยังสามารถจ้างกลุ่ม Influencer ที่มีผู้ติดตามใน TikTok มาช่วยสร้างวีดีโอสนุก ๆ ได้อีกด้วย

3. TikTok จะเข้าสู่แพลตฟอร์มแห่ง Social Commerce

จากข้อมูลปลายปี 2020 TikTok ประกาศร่วมมือกับแพลตฟอร์ม E-Commerce ชั้นนำ “Shopify” ด้วยการสร้างโฆษณาบน TikTok และเชื่อมไปยังหน้าร้านเพื่อปิดการขายบน Shopify เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ Creator ต่าง ๆ ที่มีร้านค้าบน Shopify ซึ่งจะตอบโจทย์มากสำหรับธุรกิจบ้านเรา เพราะบางแบรนด์ไม่ได้ยิงแอด แต่ก็สามารถสร้างวิธีการขายของให้คนรู้สึกอยากซื้อของได้ หากทำคลิปออกมาเข้าถึงลูกค้า ตอบโจทย์ ยอดออเดอร์ก็พุ่งอย่างถล่มทลาย

4. ทำ Challenge ผ่านการใช้ Hashtag

หนึ่งในเทรนด์บน TikTok ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้นั่นคือ Hashtag Challenges เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เล่นทำ Video Content แข่งกันแล้วโพสต์บน TikTok พร้อมใช้ Hashtag ที่แต่ละแบรนด์ระบุไว้ แม้แต่ Universal Picture ก็เคยทำการตลาดผ่าน Hashtag Challenges เพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่องใหม่ ซึ่งผลที่ได้คือ มียอดไลค์มากกว่า 1.3ล้านครั้ง ผู้เข้าร่วม 19,000 คนและมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นกว่า 11,000 คน

5. คนให้ความสำคัญกับ Nano Influencer และ Real Content มากกว่า

ผู้ใช้งานบน TikTok ให้ความสนใจกับ Nano Influencer ในการทำ Real Content มากกว่าคอนเทนต์ที่ปรุงแต่ง จะเห็นได้จากคอนเทนต์ “Behind the Scenes” ได้รับความนิยมอย่างมากบน TikTok เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยให้คนดูได้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของบุคคลหรือแบรนด์นั้น ๆ ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ใครอยู่เบื้องหลังบ้าง โดยไม่ได้ปรุงแต่ง หรือประดิษฐ์ประดอยในคอนเทนต์นี้ ดังนั้นหากธุรกิจสามารถเลือกกลุ่ม Influencer ที่มีความ Real ในการทำ Content ก็จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างแบรนด์ดังที่ทำการตลาดผ่าน TikTok

1. Coca-Cola โค้กพร้อมชื่อ ปรากฎการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วของ Coca-Cola ครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แต่เลือกใช้ช่องทาง TikTok เป็นช่องทางในการสร้าง Awareness เข้าถึงลูกค้าผ่านออนไลน์ โดยการเชิญชวนให้ผู้บริโภคโชว์ Step ในการ Shake บน TikTok แล้วใส่ #ShareaCokeChallenge เพียงซื้อโค้กที่เป็นกระป๋องหรือขวดในชื่อของตนเองหรือใครก็ได้ ส่งให้กันผ่านเพลง “ชื่อเราอยู่ไหน” โดย Urboy TJ ซึ่งทำให้ผู้บริโกคมีการออกไปตามหาสินค้าในชื่อของตัวเองเพื่อร่วมกิจกรรม ถือเป็นการ Tie-in สินค้าและผสมผสานกับความสนุกได้อย่างลงตัว

2. Shopee สร้างสรรค์โฆษณาบน TikTok ในรูปแบบ Top View สำหรับโปรโมทแคมเปญ “ช้อป 12.12” ที่มีเนื้อหา Hard Sell แต่มีความสนุก น่าติดตาม โดยใช้เสียงหัวเราะเอกลักษณ์จาก กิ๊ก สุวัจนี บอกเลยว่าโดนใจจริตคนไทยและทำให้คนสามารถจดจำแคมเปญนี้ได้เป็นอย่างดี

3. HUAWEI ทำแคมเปญ #HUAWEIWatchFit เล่าเรื่องผ่าน Smart Watch โดยการสร้าง Challenge Campaign พร้อม Effect ให้ทุกคนขยับร่างกายตามท่าออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้การออกกำลังกายนั้นสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

 

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าธุรกิจขนาดใด ก็สามารถทำการตลาดหรือโฆษณาบนแพลตฟอร์ม TikTok ได้ ผ่านInfluencer และการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Hashtag Challenge, วีดีโอสั้น หรืออื่น ๆ อีกหลากหลายวิธี และสามารถทำออกมาได้น่าสนใจ สามารถสร้าง Brand Awareness อีกทั้งสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกวีดีโอที่เผยแพร่ออกมานั้น จะประสบความสำเร็จ เพราะการทำการตลาดผ่าน TikTok ต้องอาศัยความชำนาญและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะสามารถสร้างสรรแคมเปญหรือวีดีโอต่าง ๆ ออกมาได้

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการทำการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok  ไม่ว่าจะเป็น การสร้างสรรค์วีดีโอ คิดแคมเปญหรือกิจกรรมให้ไวรัลเพื่อสร้าง Awareness และช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ ให้ Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ

ที่มา: Oberlo, Techsauce

สื่อสิ่งพิมพ์ในยุคปัจจุบันยังจำเป็นอยู่หรือไม่?

สื่อสิ่งพิมพ์ คือ สื่อที่ถูกจัดพิมพ์ขึ้นโดยวิธีต่าง ๆ จนเป็นชิ้นงาน เช่น  แผ่นพับ โบรชัวร์ โปสเตอร์ต่าง ๆ  ซึ่งมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เช่น นำเสนอข่าวสารบันเทิง ข้อมูลที่ให้ความรู้ หรือคำแนะนำ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นต่อธุรกิจให้กับลูกค้า

ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ทำให้ “สื่อสิ่งพิมพ์” ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จึงทำให้ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัลมากขึ้น เช่น ในอดีตมีการใช้โบรชัวร์ในรูปแบบของกระดาษ แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำโบรชัวร์ให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ ทำให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดดูโบรชัวร์หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้เพิ่มเติม ซึ่งการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ในแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นทั้งในออนไลน์หรือออฟไลน์ ก็จะมีหน้าที่และประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการรับรู้ข่าวสารของกลุ่มลูกค้าและประเภทของธุรกิจว่าเหมาะสมกับสื่อในรูปแบบไหน ทั้งนี้สื่อสิ่งพิมพ์ออฟไลน์ในบางประเภทก็ยังคงเป็นที่นิยมใช้อยู่เช่นกัน

 

ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ยังคงใช้งานในปัจจุบัน

  • สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีข้อมูลหรือเนื้อหาในเชิงการให้ความรู้ เช่น หนังสือเรียน หนังสือสารคดี หรือหนังสือให้ความรู้เฉพาะเรื่องต่าง ๆ
  • สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร คือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เน้นการให้ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น วารสาร หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ ใบปลิว แผ่นพับ โบรชัวร์ ฯลฯ 
  • สื่อสิ่งพิมพ์ลักษณะพิเศษ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นสำหรับการใช้งานพิเศษในแต่ละงาน เช่น นามบัตร ปฏิทิน เป็นต้น
  • สื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทนี้จะเป็นสื่อสำหรับการใช้งานในคอมพิวเตอร์หรือโซเชียลมิเดีย เช่น E-book เป็นต้น

 

ข้อดีของสื่อสิ่งพิมพ์

1. Marketing Channel (ช่องทางการตลาด)

นักการตลาดเชื่อว่ากลยุทธ์ทางการตลาดที่ดีนั้น จะต้องผสมผสานระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อการตลาดออนไลน์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากที่จะใช้สินค้าและบริการมากขึ้น ปัจจุบันผู้บริโกคมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ่านโซเชียลมิเดียและผ่านทางออฟไลน์ ก็ควรจะเลือกรูปแบบของสื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ และสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าของคุณ

2. สร้างเอกลักษณ์และความประทับใจแรก

สื่อสิ่งพิมพ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกให้แก่ลูกค้า เช่น นามบัตรที่ประทับตราโลโก้ เอกลักษณ์เฉพาะของร้าน โบรชัวร์ แพ็คเกจจิ้งสินค้าซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของบริษัท ดังนั้นการดีไซน์ที่ดีจะช่วยในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

3. สร้างความน่าเชื่อถือ

สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แคตตาล็อก โบรชัวร์ นามบัตร ป้ายแบนเนอร์ ฯลฯ ต้องผ่านกระบวนการที่ต้องตรวจสอบก่อนจัดพิมพ์ ทำให้ตัวเนื้อหานั้นจะมีความแม่นยำมากกว่าสื่อออนไลน์ เนื่องจากในสื่อออนไลน์เราสามารถแก้ไขข้อมูลได้ตลอดเวลา แต่ในทางกลับกันสื่อสิ่งพิมพ์จะต้องถูกตรวจสอบให้ถูกต้องทั้งหมดก่อนเผยแพร่

4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

เราสามารถใช้สื่อสิ่งพิมพ์ในการสร้างการรับรู้ และโฆษณาแบรนด์ในพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจง เช่น การติดป้ายแบนเนอร์หน้าร้าน หรือตามพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงได้ผลลัพธ์ที่ดี

5. กระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ได้ง่าย

จะเห็นได้ว่าการใช้สื่อออนไลน์ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักไม่ชอบโฆษณาและเลือกที่จะปิดรับโฆษณาไปอย่างรวดเร็ว หรือมากกว่านั้นอาจเกิดการบล็อกช่องทางการติดต่อสื่อสารของเราทันที แต่ในการใช้สื่อสิ่งพิมพ์นั้นลูกค้ามีพฤติกรรมที่แตกต่างไป เช่น การตั้งป้ายอีเว้นท์ต่าง ๆ ภายในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าเข้างาน และซื้อสินค้าของเราในทันที ซึ่งจะสามารถสร้าง Engagement กับลูกค้าได้ง่ายกว่าทางออนไลน์

 

ถ้าทำธุรกิจซื้อขายสินค้าและบริการ ล้วนต้องเกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์แทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของบริษัทโดยตรง การแพร่กระจายข่าวสารสินค้าของเราผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นพับ โบรชัวร์ หรือใบปลิวต่าง ๆ นั้นจะช่วยให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น หากเรามีการออกแบบและวางแผนที่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์รวมไปถึงความเชี่ยวชาญความชำนาญเฉพาะด้านมาพิจารณาอย่างละเอียดในทุกจุด จึงจะทำให้สื่อสิ่งพิมพ์นั้นออกมาดีและมีคุณภาพสูง เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับลูกค้าแทนคุณ สร้างการจดจำ และช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในการทำออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์  ไม่ว่าจะเป็น แผ่นพับ โบรชัวร์ โปสเตอร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ ให้ Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ