How to ถ่ายภาพสินค้ายังไงให้น่าสนใจจนลูกค้าต้องกดซื้อ

ภาพถ่ายของสินค้าส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าจากหลาย ๆ แบรนด์สินค้าที่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้ามีคุณภาพ และ อีกส่วนที่สำคัญอย่างมากนั่นคือการนำเสนอสินค้าได้ดีผ่านภาพถ่ายหรือการพรีเซนต์สินค้าให้มีความน่าสนใจ ซึ่งสำหรับธุรกิจใหม่หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มรูปแบบสินค้าใหม่ๆ ลูกค้าจะยังไม่สามารถเห็นและสัมผัสกับสินค้าได้จริงและสามารถทำได้เพียงการตัดสินใจซื้อผ่านรูปภาพและคำบรรยายที่เรื่องสื่อออกมาเท่านั้น การมีภาพถ่ายสินค้าที่ดี ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมไปถึงคุณภาพของสินค้า ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจในการซื้อ ไม่ว่าจะนำไปใช้บนเว็บไซต์ หรือ Banner โฆษณา ผู้บริโภคก็สามารถเข้าใจถึงมาตรฐานของแบรนด์คุณ บทความนี้เราจึงอยากนำเสนอเทคนิคในการถ่ายภาพสินค้าออกมายังไง ให้น่าสนใจ จนลูกค้าเห็นแล้วต้องกดซื้อ

How to ถ่ายภาพสินค้ายังไงให้น่าสนใจจนลูกค้าต้องกดซื้อ

1. วางแผนก่อนเริ่มต้นถ่ายภาพ

สิ่งสำคัญที่ควรทำเป็นสิ่งแรกนั่นคือ การวางแผนก่อนเริ่มต้นถ่ายภาพ ว่าเราต้องการภาพแบบไหน ต้องการองค์ประกอบอย่างไร ควรจะมีสิ่งใดในภาพบ้าง อะไรที่เราขาด ต้องซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่มหรือไม่ แต่หากเรายังไม่มีไอเดียต่าง ๆ อาจจะเริ่มจากการลองหาภาพสินค้าสวย ๆ จากนิตยสาร เว็บไซต์ แฟนเพจหรือ Photobook เพื่อช่วยให้เรามีไอเดียในการนำเสนอสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น 

2. เริ่มต้นถ่ายด้วยสีพื้นเป็นฉากหลัง

การใช้สีพื้นหลังด้วยสีล้วน หรือสีที่รายละเอียดน้อย เช่น สีขาว สีดำ หรืออื่น ๆ จะช่วยให้สินค้าดูโดดเด่น และช่วยให้การจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ของภาพง่ายขึ้น โทนสีของพื้นหลังไม่ควรที่จะเป็นโทนเดียวกับสินค้า เพราะจะทำให้สินค้าไม่โดดเด่น  ซึ่งเทคนิคการวางตำแหน่งสินค้าที่สวยงาม มักจะไม่วางสินค้าไว้ตรงกลางพอดี แต่จะพยายามวางเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อย เพื่อให้ดูมีมิติ ไม่ดูแข็งมากจนเกินไป

3. ใช้พร็อพช่วยเล่าเรื่องราว

นอกจากการถ่ายโดยใช้ตัวสินค้าแล้ว การใช้พร็อพประกอบในการถ่ายรูป จะช่วยเล่าเรื่องราวและสร้างความโดดเด่นของสินค้า ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น สินค้าที่เป็นครีมบำรุงจากธรรมชาติ อาจเลือกใช้พร็อพที่เป็นต้นไม้เล็ก ๆ หรือดอกไม้ จะช่วยเพิ่มสวยงามและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้หากสามารถถ่ายภาพขณะการใช้งานได้ หรือขณะสวมใส่สินค้า ก็จะช่วยให้สินค้าดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้นเช่นกัน

4. ใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายภาพ

ในการเริ่มต้นถ่ายภาพ การใช้แสงที่ง่ายที่สุดนั่นคือ แสงธรรมชาติ อาจจะใช้พื้นที่จากมุมข้างหน้าต่าง แสงภายนอกอาคาร หรือพื้นที่ที่แสงเข้าถึงได้ การถ่ายโดยใช้แสงธรรมชาตินั้น ทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ ประกอบเพิ่มเติม นอกจากจะเป็นวิธีที่ง่ายแล้ว ยังทำให้ภาพที่ออกมามีความสวยงามและแสงนั้นยังช่วยให้สีตรงกับสีของสินค้าได้มากที่สุด อาจจะใช้แสงธรรมชาติในช่วงเวลาเช้า ๆ สาย ๆ ที่แสงไม่แรงมาก ให้แสงเหมาะและพอดีสำหรับสินค้าของคุณ

5. จัดองค์ประกอบ วางตำแหน่งภาพ

นอกจากการใช้ฉากพื้นหลัง ใช้พร็อพให้เหมาะสมกับสินค้าแล้ว การที่จะทำให้ภาพถ่ายของสินค้าสวยงามยิ่งขึ้น นั่นคือการจัดวางตำแหน่งหรือองค์ประกอบของภาพ ซึ่งพื้นฐานวิธีที่ง่ายที่สุด คือ เทคนิค Grid หรือ จุดตัด 9 ช่อง สามารถใช้ได้กับภาพทุกสัดส่วน โดยเป็นเทคนิคที่ลากเส้นแบ่งพื้นที่ในภาพออกแบบ 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน และจะเกิดจุดตัดของภาพทั้งหมด 4 จุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เราสามารถทำสินค้าไปวางตามจุดๆนั้น และอาจจะทิ้งให้มีพื้นที่ส่วนหนึ่งของภาพเอาไว้ในการใส่ข้อความเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการจะสื่ออออกไป 

6. เลือกตากล้องให้เหมาะสมกับงาน

การเลือกตากล้องหรือช่างภาพในการถ่ายรูปสินค้าต่าง ๆ ควรเลือกให้เหมาะสมกับรูปแบบงานหรือสินค้าของคุณ การเลือกช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปให้กับสินค้า จะทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่าภาพสินค้าที่ออกมานั้น จะมีความสวยงาม สมบูรณ์ตามที่เราต้องการ นอกจากนี้ช่างภาพยังมีอุปกรณ์ถ่ายภาพที่เป็นมืออาชีพ บวกกับฝีมือเฉพาะตัวของตนเอง ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้ภาพสินค้านั้นออกมาดีที่สุด

 

เนื่องจากการถ่ายภาพสินค้านั้น อาจจะต้องมีการลงทุนในอุปกรณ์และยังต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมาก การมีตัวช่วยโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง จะทำให้ภาพสินค้าของคุณดูน่าสนใจ สามารถดึงจุดเด่นของสินค้าด้วยรายละเอียดของภาพที่มีความคมชัด สร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าและนำไปสู่การสร้างยอดขายของสินค้าได้ ให้  Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ เรามีผู้เชี่ยวชาญในด้านการถ่ายภาพทุกประเภท ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้

สามารถเลือกชมก่อนได้ที่ https://www.fastworkbusiness.com/photography/

เทรนด์มาแรงของ Video Marketing ที่ทุกคนต้องรู้

ในปัจจุบันมีกลยุทธ์ในการขายหลากหลายวิธีที่จะช่วยสร้างโอกาสทางการขายในสินค้าของคุณ หนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การทำวีดีโอมาร์เกตติ้ง (Video Marketing) เป็นการทำคอนเทนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก หลายแบรนด์ใหญ่ๆแทบทุกแบรนด์ทำวีดีโอสำหรับแผนการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย การทำวีดีโอนอกจากจะช่วยเรื่องการโปรโมทสินค้าหรือบริการ ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์แล้ว ยังสามารถช่วยให้ขายสินค้าได้อีกด้วย

ในวันนี้บทความของเราจึงขอนำเอา เทรนด์มาแรงของ Video Marketing ที่ทุกคนต้องรู้มาฝากกัน

1. วีดีโอแนวตั้ง

จากผลสำรวจพบว่าคนมักเลือกดูคลิปวีดีโอที่เป็นแนวตั้งมากกว่าแนวนอน เพราะทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพที่เต็มจอบนสมาร์ทโฟนมากกว่า จะเห็นได้ว่าปัจจุบันหลายๆแบรนด์ก็เริ่มมาให้ความสนใจกับการทำวีดีโอแนวตั้งมากขึ้น เช่น นาดาวบางกอก ได้มีการทำซีรีย์ที่เป็นแนวตั้งออกมาที่มีชื่อว่า “Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก” ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการทำวีดีโอในรูปแบบซีรีย์เลยทีเดียว

2. คอนเทนต์วีดีโอเบาสมอง

จะเห็นได้ว่าเรามักจะไม่ค่อยเห็นวีดีโอที่เนื้อหาจริงจังเป็นไวรัลเท่าไหร่นัก ในปัจจุบันผู้ชมส่วนใหญ่ต้องการรับชมวีดีโอที่ผ่อนคลาย เบาสมองเพิ่มขึ้นจากการทำงานหรือเหตุการณ์ต่างๆในแต่ละวัน การทำคอนเทนต์วีดีโอที่เบาสมองคือการที่ไม่ยึดติดกับความจริงจังมากนัก ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ GQ เน้นทำวีดีโอที่เล่นกับ Emotion เพื่อให้สินค้าและแบรนด์เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ผ่านวีดีโอโฆษณาที่มีเนื้อหาเบาสมอง ตลก และแฝงการขายของลงไปด้วย

3. Live Video

เราจะเห็นว่าคนจีนเวลาไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย หรือที่อื่นๆ พวกเขาจะมาพร้อมกับไม้เซลฟี่ แล้วถือเดิน Live ไปเรื่อยๆ กลายเป็นกระแสและได้รับความนิยมไปทั่วโลก สิ่งนี้ทำให้เกิด Live Video ขึ้น นั่นก็คือการถ่ายทอดวีดีโอแบบเรียลไทม์ สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับคนดูได้ การทำวีดีโอรูปแบบนี้สามารถทำการขายออกมาได้หลากหลายรูปแบบ จากผลสำรวจพบว่า ตลาดที่คนนิยมดู Live Video นั่นคือ ตลาดที่คนใช้มือถือเป็นหลัก หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน Live Stream กำลังจะเข้าไปอยู่ในทุกๆ Shopping Apps ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee ก็มี Live ขายของอยู่บนแพลตฟอร์มของตัวเอง

4. Stories บน Instagram, Facebook, Youtube

จากสถิติระบุว่า คนเราจะดูวีดีโอสั้นลง แต่ใช้เวลากับในการดูมากขึ้น ทำให้แบรนด์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Instagram, Facebook, Youtube ให้ความสำคัญกับการทำวีดีโอสั้นมากขึ้น จากการทำ Stories ขึ้นมาบนแพลตฟอร์มของตัวเอง เนื่องจาก Stories ถือเป็น Mobile-Friendly วีดีโอมีลักษณะเป็นแนวตั้ง และด้วยเวลาที่จำกัดของการลง Stories ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกอยากติดตามมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองพลาดข่าวสารต่างๆ

5. YouTube จะเข้าสู่ E-Commerce มากขึ้น

Entertainment  Hub ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Youtube ในอนาคตจะไม่ได้เป็นแค่ Entertainment อีกต่อไป แต่จะเพิ่มความเป็น E-commerce เข้าไป นั่นหมายความว่า ทุกสินค้าที่ถูกรีวิวหรือ unboxing บนวีดีโอของ YouTube คนดูจะสามารถกดซื้อได้ทันที ไม่ใช่กด Link ไปซื้อที่ E-marketplace อย่าง Lazada Shopee หรือ Amazon แต่จะสามารถกดซื้อบน YouTube ได้เลย

การสร้างวีดีโอดีๆออกมาวีดีโอนึง การเลือกนักตัดต่อวีดีโอถือเป็นเรื่องสำคัญ หากนักตัดต่อวีดีโอสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ประกอบ เข้าใจเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งด้านพฤติกรรมและความคิด ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าของวีดีโอ และสามารถสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญ ที่มากประสบการณ์ ในการทำ Video Production / Video Editing เราพร้อมเป็นผู้ช่วยวางแผนสร้างสรรค์ Video ให้เกิดประสิทธิสูงสุด นำไปสู่ผลลัพธ์ในแบบที่คุณต้องการ ที่เดียวจบ ครบวงจร ตั้งแต่ Pre-production ไปถึง Post-production Fastwork for Business บริการทางเลือกสำหรับเจ้าของธุรกิจและองค์กรยุคใหม่ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ในการทำ Video Production / Video Editing

ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับบริการของเรา

💻  Visit Us: https://www.fastworkbusiness.com/video-production/ 

✉️  Contact Us: [email protected]

ที่มา: Website: AdAddictth, igern, Thumsup, Executive Espresso

Micro Influencer Marketing เครื่องมือการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่

Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ต้องอาศัยบุคคลที่มีชื่อเสียงในการนำเสนอ โน้มน้าวกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดหรือผู้ติดตามให้เกิดความสนใจ ชื่นชอบ นำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของแบรนด์นั้นๆ โดย Influencer นั้นไม่จำกัดเพียงแค่ศิลปิน นักร้อง นักแสดง แต่รวมถึงบุคคนทั่วไปที่มีผู้ติดตามในช่องทางต่างๆเป็นจำนวนมาก เช่น บล็อกเกอร์ เน็ตไอดอล ยูทูบเบอร์ หรือแม้แต่แฟนเพจชื่อดัง ก็ถือว่าเป็น Influencer ด้วยเช่นกัน

Micro Influencer Marketing คืออะไร?

Micro Influencer Marketing คือ บุคคลที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 5,000 – 100,000 Followers ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ อาจจะเป็นในด้านแฟชั่น อาหาร การออกกำลังกาย ท่องเที่ยว หรืออื่นๆ เน้นทำในสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ จึงถูกมองว่าเป็นบุคคนที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความเชื่อมั่นจาก ผู้ติดตาม(Followers) ของพวกเขาค่อนข้างมาก สามารถสร้างความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม (Followers) ในการตัดสินใจรับชมหรือซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก เพราะเนื้อหาที่สื่อสารออกไปนั้นมีความเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม(niche market) จึงสามารถดึงดูดคนที่ชอบหรือมีพฤติกรรมที่คล้าย ๆ กันได้

Micro Influencer เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

เนื่องจาก Micro Influencer มักเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีแนวทางคอนเทนต์ที่ชัดเจน เช่น รีวิวอาหาร ท่องเที่ยว การออกกำลังกาย ไลฟ์สไตล์ เป็นต้น ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับวัตถุประสงค์ทางการตลาดของตนเอง ซึ่งในการทำ Micro Influencer นั้นใช้งบประมาณไม่สูงเท่ากับกลุ่ม Celebrity และยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าได้อีกด้วย เช่น ผู้ประกอบการใช้ Micro Influencer หลายๆคนในการโปรโมท รีวิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองซื้อจริง ซึ่งจะแตกต่างกับการใช้ Celebrity หรือ Macro Influencer ที่จะเน้นการสร้าง Awareness กับลูกค้า ให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ไม่สามารถโน้วน้าวหรือกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าได้

Micro Influencer มักได้ผลมากกว่ากลุ่ม Celebrity / Macro Influencer

การตลาดในยุคปัจจุบัน การใช้ Influencer ที่เป็นกลุ่ม Celebrity / Macro Influencer ไม่ว่าจะเป็นดารา หรือเซเลปต่างๆ นั้นได้ผลตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าบุคคลเหล่านี้อาจไม่ได้ใช้สินค้าเหล่านั้นจริงๆ เป็นเพียงการทำเพื่อการโฆษณาเท่านั้น โดยจากรายงานสำรวจพบว่าผู้บริโภคมักจะเลือกเชื่อการแนะนำของบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นคนของแบรนด์(Presenter)หรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์นั้นมากกว่า การใช้ Micro Influencer จึงทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือได้ ซึ่งกลุ่ม Micro Influencer นั้นได้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นจริงๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าได้อีกด้วย

 

จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน Micro Influencer ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการในหลายๆธุรกิจหันมาให้ความสนใจและทำการตลาดผ่าน Micro Influencer มากขึ้น ทำให้เราต้องมองหาแนวทางในการทำ Micro Influencer ใหม่ๆ เช่น ในอดีตจะเห็นเหล่า Influencer เน้นสื่อสารผ่านการรีวิวสินค้าโดยตรง แต่ในปัจจุบันเกิดรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น เช่น Openbox, การเน้นการรีวิวเชิงลึก การรีวิวหรือโปรโมทสินค้าผ่านคู่รัก เป็นต้น

 

หากคุณสนใจในการทำแผนการตลาดด้วยการใช้ Micro Influencer เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและนำไปสู่การสร้างยอดขายบนโลกออนไลน์ ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ โดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในด้าน การวางแผนการตลาดด้วยการใช้ Influencer Marketing ให้เหมาะสมกับธุรกิจได้บนทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้  Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ

สามารถเลือกชมก่อนได้ที่ https://www.fastworkbusiness.com/influencer/

Social Admin สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?

การทำธุรกิจนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะสามารถลงมือทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากจะทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้ช้าลง และคู่แข่งสามารถตามทันได้ในที่สุด คุณจำเป็นที่จะต้องมีทีมงานเพื่อที่จะทำให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้ครอบคลุมทุก ๆ ด้าน ซึ่ง “โซเชียล แอดมิน” ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยร้านค้าออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของธุรกิจโดยที่ไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง สามารถใช้เวลาไปกับการวางแผนการขาย การตลาด รวมไปถึงการจัดการสินค้าได้อย่างเต็มที่

โดยบทความนี้จะกล่าวถึงว่าโซเชียลแอดมินนั้นสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ ทำไมธุรกิจจำเป็นต้องมีแอดมินมาช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ?

  1. สร้างการเคลื่อนไหวบนเพจ เว็บไซต์
    การสร้างการเคลื่อนไหวบนเพจ เว็บไซต์ ผ่านการโพสต์คอนเทนต์ข้อความ แคปชั่น รูปภาพ หรือคลิปวีดีโอ ในรูปแบบหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสาร ให้ข้อมูล โน้วน้าวลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ โดยสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ผ่าน “โซเชียล แอดมิน” ซึ่งจะเข้ามาช่วยธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น สร้างการเคลื่อนไหวของเพจ และเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ วางแผนในการเผยแพร่คอนเทนต์ในแต่ละวัน จัดลำดับการโพสต์ทั้งระยะสั้น และระยะยาว กำหนดวันเวลาในการโพสต์ วิเคราะห์ว่าช่วงเวลาใด เหมาะสมแก่การโพสต์เพื่อสร้างการเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

  2. ตอบแชทลูกค้า
    การปล่อยให้ลูกค้าต้องเสียเวลาในการรอคำตอบจากร้านค้า อาจจะทำให้คุณเสียโอกาสในการขายไปได้ด้วย เพราะลูกค้าในยุคปัจจุบัน เน้นความเร็ว ไม่ต้องการที่จะเสียเวลาในการรอและอาจเปลี่ยนใจไปซื้อกับร้านคู่แข่งแทน ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและอาจทำให้ปิดการขายไม่สำเร็จ ซึ่งทักษะที่สำคัญที่จำเป็นต้องมีคือการปิดการขายภายในเวลาที่จำกัด เพราะลูกค้าอาจมีความลังเล สงสัย ขอเวลาในการตัดสินใจ จะทำให้มีโอกาสเสียลูกค้าค่อนข้างสูง ซึ่งแอดมินสามารถที่จะโน้มน้าว ชักนำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ และช่วยในการปิดการขายได้รวดเร็ว และง่ายขึ้น

  3. รับออเดอร์ เช็คออเดอร์ ส่งสินค้า
    หลังจากที่เราสามารถปิดการขายได้แล้ว ยังคงมีขั้นตอนหลังบ้านอีกมากมาย ที่หากเจ้าของร้านเป็นผู้ทำเองนั้นอาจจะทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก เช่น การแจ้งช่องทางการชำระเงิน ขั้นตอนการชำระ ตรวจสอบว่าเงินเข้าจริงหรือไม่ ขอที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า เช็คสต็อก แพ็คสินค้าเพื่อเตรียมการจัดส่ง ทำการจัดส่ง แจ้งเลขเทรคกิ้ง ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับบางร้านที่มียอดขายค่อนข้างเยอะ อาจจะต้องใช้เวลานาน แอดมินจะช่วยให้คุณอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาได้มากขึ้น ทำให้เจ้าของร้านค้านั้นสามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่ไปกับการวางแผนการขาย การตลาด เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ

  4. ลงสินค้า ปรับราคาและโปรโมชั่น
    สำหรับหลายธุรกิจมีสินค้าหลายร้อยรายการรอการขายเพื่อโพสต์ลงแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Lazada, Shopee ซึ่งจะใช้ระยะเวลานานกว่าที่คุณจะโพสต์หรือลงขายสินค้าจนสำเร็จ แอดมินถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้สินค้าของคุณสามารถวางขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ และสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วจากประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทางของแอดมิน นอกจากนี้หากคุณมีการปรับเปลี่ยนราคาสินค้าหรือโปรโมชั่นเพื่อสอดคล้องกับแผนการตลาด ก็หมดความกังวลเรื่องการต้องแก้ไขราคาหรือโปรโมชั่นไปได้เลย เพราะแอดมินจะช่วยในการปรับข้อมูลต่าง ๆ และช่วยสื่อสารไปยังลูกค้าของคุณได้อย่างรวดเร็ว

“แอดมิน” ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยสร้างยอดขาย สร้างความสัมพันธ์ ความพึงพอใจและคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เพื่อที่เจ้าของธุรกิจนั้น สามารถที่จะโฟกัสในด้านการพัฒนา แก้ไขปัญหาต่าง ๆ และหาช่องทางที่จะเพิ่มโอกาสการเติบโตในธุรกิจของคุณต่อไป


หากคุณสนใจบริการแอดมินดูแลเพจ เว็บไซต์ และร้านค้าออนไลน์ ที่ตอบโจทย์สำหรับร้านค้าออนไลน์ และลูกค้ายุคใหม่ที่ชอบสอบถาม ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ โดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในด้านแอดมิน สามารถใช้แพลตฟอร์มต่างๆได้อย่างชำนาญ มีความรับผิดชอบสูง

ให้  Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ สามารถเลือกชมก่อนได้ที่ https://www.fastworkbusiness.com/package/

LINE OA ตัวช่วยสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ

LINE Official Account หรือ LINE OA ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจ ให้คุณสามารถส่งข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมการตลาด โปรโมชั่นหรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ถึงลูกค้าของคุณได้โดยตรง หรือที่เรียกกันว่าบอรดแคสต์ (Broadcast) ซึ่งจุดเด่นของ LINE OA คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำธุรกิจง่ายยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการหรือการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสามารถสร้างกิจกรรมการตลาดทางการขายได้หลากหลาย ในบทความนี้เราจึงรวบรวมฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ LINE OA ที่จะช่วยในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของคุณ

  1.  สร้างความประทับใจแรกด้วย Greeting Message

    Greeting Message เป็นการส่งข้อความให้ลูกค้าที่เพิ่มเราเป็นเพื่อนในครั้งแรก ลูกค้าที่แอดมานั้น อาจจะมีความสนใจหรือคำถามในสินค้าของเรา เช่น สนใจสอบถามสินค้า สั่งซื้อสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนั้นการทำ Greeting Message ที่ดี อาจไม่ใช่เพียงแค่การสร้างข้อความทักทายเท่านั้น แต่เรายังสามารถตอบคำถามที่อาจจะเกิดขึ้นจากลูกค้าผ่าน Greeting Message เพื่อให้ลูกค้าได้คำตอบจาก
    ข้อความนั้นทันที

  2.  ส่งข้อความเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ

    ยิ่งเรารู้จักลูกค้าดีเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเข้าใจถึงเหตุผลที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าเรามากขึ้นเท่านั้น LINE OA จะช่วยให้คุณสามารถจำแนกหรือแบ่งกลุ่มลูกค้าของเราออกเป็นกลุ่มตามที่เราต้องการก่อนเริ่มทำ Broadcast โดยจะแบ่งสถิติข้อมูลจากพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้านั่นก็คือ อายุ เพศ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ และระยะเวลาที่เป็นเพื่อนกันบน LINE เพื่อให้คุณสามารถส่งข้อความ โปรโมชั่น แคมเปญ โฆษณาต่าง ๆ ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้พัฒนาจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงของสินค้าและบริการของคุณให้ดียิ่งขึ้น

  3.  Rich Menu เมนูลัดด้านล่างแชท

    Rich Menu เป็นตัวช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการซื้อขายได้ง่ายขึ้น เพราะมีฟังก์ชันในการใช้งาน 6 ช่องนั่นหมายความว่าคุณสามารถแยกประเภทความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด 6 ประเภท ใน Rich Menu นั้น มักจะเป็นคำถามที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาบ่อยๆ ซึ่งเราสามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าผ่าน Rich Menu ได้ทันที เช่น ลิงค์ไปยังแค็ตตาล็อกสินค้า เว็บไซต์ ลิงค์ไปตรวจสอบสถานะสินค้า แจ้งเบอร์ติดต่อ แผนที่ร้าน โปรโมชั่น หรือประกาศสำคัญ เป็นต้น

  4.  Chat Tag ตัวช่วยจัดระเบียบลูกค้า

    Chat Tag เป็นฟังก์ชันบน LINE OA ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดระเบียบลูกค้าได้ง่ายขึ้นจากการติด Tag ให้กับลูกค้า โดยสามารถสร้าง Tag ได้สูงสุด 200 อัน และลูกค้าแต่ละคนสามารถติด Tag ได้สูงสุด 10 Tags ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับรายชื่อของลูกค้าที่ต้องการได้จาก Tag นั้น ๆ และสามารถติด Tag ได้อย่างอิสระตามที่คุณต้องการ เช่น กลุ่มลูกค้า Premium กลุ่มลูกค้าใหม่ กลุ่มลูกค้าที่โอนเงินแล้ว เป็นต้น

  5.  Reward Card กระตุ้นการซื้อซ้ำ

    Reward Card หรือบัตรสะสมแต้ม เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางการตลาดที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าและบริการ ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง โดยการเพิ่มรางวัลเมื่อลูกค้าสะสมแต้มจนครบตามที่เรากำหนด ซึ่งเราสามารถสร้าง Reward Card แล้วแจกให้ลูกค้าผ่านทาง Broadcast LINE, Social Media หรือใส่ลิงค์ไว้ใน Rich Menu ให้ลูกค้ากดเพื่อใช้งาน นอกจากนี้หากคุณต้องการให้ลูกค้ารู้สึกถึงสิทธิพิเศษที่เพิ่มขึ้น สามารถทำบัตร Premium เพื่อให้ลูกค้าสะสมต่อไปสำหรับรางวัลใหญ่พิเศษได้เช่นกัน

     

LINE Official Account ถือเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานที่สำคัญในการทำธุรกิจที่จะสามารถนำไปใช้ต่อยอดสำหรับฟีเจอร์อื่น ๆ ได้อีก ซึ่งเรามักใช้ LINE OA ในการสร้างภาพลักษณ์ และเพิ่มโอกาสในการขายให้กับธุรกิจ LINE OA นั้นถือเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับทุกธุรกิจ ตั้งแต่ระดับ SMEs ไปจนถึงแบรนด์ขนาดใหญ่ โดยธุรกิจต่าง ๆ สามารถทำกิจกรรมทางการขายได้หลากหลายพร้อมลูกเล่นมากมายที่จะทำให้การโปรโมทสินค้า บริการ เป็นเรื่องน่าสนใจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น 


หากคุณสนใจสร้างและออกแบบ LINE Official Account หรือ LINE OA ให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ ในราคาที่คุณสามารถเข้าถึงได้ โดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในการทำ ให้  Fastwork For Business ช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ

สามารถเลือกชมก่อนได้ที่ https://www.fastworkbusiness.com/line-setup-package/

รวมเว็บไซต์ ช่วยปิ๊งไอเดีย UI Design

ปัจจุบันการทำเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นให้โดดเด่นและมีความน่าสนใจ จำเป็นจะต้องมีความรู้เรื่อง UI Design พอสวมควร หลายๆคนอาจจะยังสงสัยว่า UI นี่เหมือนกับ UX หรือเปล่า ซึ่งเราบอกเลยว่ามันอาจจะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ละอันมันแตกต่างกันอย่างไร ? เราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆให้อ่านกัน คำว่า UI มาจากคำว่า User Interface เป็นงานดีไซน์ที่เน้นในเรื่องการออกแบบ หน้าจอ หรือแพลตฟอร์มต่างๆให้สวยงาม ส่วน UX มาจากคำว่า User Experience เป็นงานออกแบบที่เน้นด้านการใช้งาน ให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งเน้นไปในเรื่องของฟังชั่นการใช้งานต่างๆ ดังนั้น UI & UX Design นั้นจึงเป็นงานออกแบบที่จำเป็นจะต้องอยู่คู่กันเสมอ

ซึ่งในการออกแบบ UI & UX Design นั้นก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเช่นกัน แต่เบื้องต้นพื้นฐานงานออกแบบต่างๆ เราก็ควรที่จะเริ่มในเรื่องของ UI ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ใช้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ บวกกับงานศิลปะ ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังอยากจะลองทำ หรืออยากจะหาไอเดียในการทำ UI UX Design แล้วละก็วันนี้ทางเราจึงนำตัวช่วยมาให้ทุกๆท่านเลยนั่นก็คือ รวมเว็บไซต์ช่วยปิ๊งไอเดีย UI Design ซึ่งจะมีเว็บไซต์อะไรบ้าง ตามไปดูกันได้เลย

1. UI Movement

Cr: https://uimovement.com/

เป็นเว็บที่ช่วยไอเดียในเรื่องของ Animation การเคลื่อนไหวในส่วนของภาพหน้าจอต่างๆ ที่ช่วยให้งานออกแบบของคุณนั้นมีความน่าสนใจ และลูกเล่นที่มากขึ้น แถมผู้ใช้งานยังเพลิดเพลินไปกับการใช้ได้อีกด้วย อยากรู้ว่าเป็นต้องเข้าไปดูแล้ว

2. Code My UI

Cr: https://codemyui.com/

เว็บไซต์ที่ช่วยปิ๊งไอเดียต่างๆของ UI Design ได้แถมยังมีเบื้องหลังในการทำเผื่อใครที่สนใจอยากจะลองทำก็ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์เลย

3. Lapa.Ninja

Cr: http://www.lapa.ninja/

เว็บไซต์นี้จะเน้นไปในหมวดหมู่ของเว็บไซต์ซะส่วนใหญ่ โดยเป็นงานออกแบบ UI Design โดยเฉพาะหน้าของ Landing page โดยรวบรวมจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่ช่วยปิ๊งไอเดียในการออกแบบ UI Design ได้

4. Dribble

Cr: https://dribbble.com/

เว็บไซต์นี้ไม่ใช่แค่รวมงาน UI Design เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีหมวดหมู่งานดีไซน์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงาน UI & UX Design ของคุณได้อีกต่างหาก

5. Site Inspire

Cr: https://www.siteinspire.com/

เว็บนี้ได้รวบรวมงานออกแบบของเหล่า UI Designer มากมายทั่วโลกเอาไว้ โดยบางส่วนจะถูกนำเสนอมาให้รูปแบบของ Portfolio โดยคุณสามารถเข้าไปดูในหน้าผลงานต่างๆของพวกเขาได้ ซึ่งช่วยในการปิ๊งไอเดียได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างกับตัวช่วยเรื่อง UI Design ของเรา แต่สำหรับใครที่คิดว่าต้องการผู้ช่วยในเรื่อง UI Design ละก็ลองเลือกใช้บริการ รับออกแบบ UI & UX Design จากเว็บไซต์ Fastwork สิคะ เพราะทางเว็บเราได้ทำการรวบรวมนักออกแบบ UI & UX Design ระดับมืออาชีพไว้เรียบร้อยแล้ว และพวกเขาจะช่วยคุณออกแบบ UX & UI Design ที่สวยงามให้แก่คุณค่ะ