รวมเว็บไซต์ ช่วยปิ๊งไอเดีย UI Design

วางแผนทำ Content Marketing ให้ปังแบรนด์ไม่พังแน่นอน

Content Marketing คืออะไร?

“คือการตลาดและกระบวนการทำธุรกิจที่สร้างและกระจายบทความที่มีคุณค่าเพื่อดึงดูด เข้าถึง และ มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ลูกค้ากลับมาสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ.”

ง่ายๆก็คือการตลาดในรูปแบบของบทความทำให้กลุ่มเป้าหมายและลูกค้าได้รับข้อมูลที่น่าสนใจ และตอบรับความต้องการของลูกค้า หรือทำให้ลูกค้ารู้สึกในทางที่เป็นประโยชน์และทำให้บรรลุจุดประสงค์ทางการตลาด การตลาดในรูปแบบบทความ เป็นวิธีที่จริงใจในการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า และ การเล่าเรื่องของแบรนด์

อันที่จริงแล้วแนวคิดนี้อยู่กับเรามาหลายสิบปีแล้ว ในสมัยก่อน เนสเล่ อาจจะพิมพ์ใบเสร็จข้างหลังเพ็จเกจของช็อคโกแลตชิพหรือตีพิมโฆษณาบนนิตยสาร ในทุกวันนี้พวกเขาจะลงการสัมภาษณ์เกี่ยวกับช็อคโกแลตบนบล็อคของพวกเขา ใช้ Pinterest เพื่อแบ่งปันสูตรอาหาร เคล็ดลับ ทำอาหารโชว์ และ โชว์วิธีทำสิ่งต่างๆ มีการส่งรูปแข่งขันใน Instagram แนวคิดยังเหมือนเดิมแต่วิธีที่ดีขึ้น

วิธีการทำ Content Marketing

  1. หาจุดประสงค์ของคุณก่อน คุณอยากให้เนื้อหาของคุณมีผลลัพธ์อย่างไรกับธุระกิจของคุณ การที่คุณมีจุดประสงค์สามารถทำให้คุณคิดแนวทางของเนื้อหาเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
    ตัวอย่าง:

    • การสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ความน่าเคารพ และ อิทธิพล
    • สร้างการตลาดและการขายรูปแบบใหม่
    • ดึงดูดความสนใจให้กับสินค้าหรือบริการ

    การตลาดที่มีประสิทธิภาพมักจะรวมเนื้อหาหลายแบบเข้าด้วยกัน:

    • โพสบนบล็อค
    • วิดิโอ
    • บทความ
    • อินโฟกราฟฟิก

     

  2.  การรู้ว่ากลุ่มผู้บริโภคคือใคร เพื่อสร้างเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพคุณจะต้องรู้อย่างแน่ชัดว่าฐานผู้บริโภคของคุณคือใคร การกำหนดลักษณะ  และเข้าใจผู้บริโภคจะช่วยในการทำให้ฐานผู้บริโภคของคุณรู้สึกว่าเค้าคือคนตัวละครนั้นๆ ในขั้นตอนนี้อาจต้องระยะเวลานานในการคิดเพื่อพยายามสร้างสรรค์เนื้อหาบทความเพื่อให้ออกมาตรงกับลักษณะของผู้บริโภคมากที่สุด รวมทั้งวางแผนและวิเคราะห์แบรนด์ของคุณปัจจุบันมีกลุ่มคนที่มีความสามารถให้การทำ Content Marketing หรือ นักวางแผนการตลาดมากกมาย ที่รับเป็นผู้ช่วยให้กับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งวิธีนี้สามารถย่นระยะเวลาในงานทำงานของเจ้าของแบรนด์นั้นๆได้เป็นอย่างมาก
  3. เลือกเนื้อหาให้ตรงกับช่องทางที่นำเสนอ

การทำให้คนสนใจหรือค้นหาสินค้าหรือแบรนด์ของคุณ

สิ่งที่ต้องการ: ให้ความรู้, สร้างความน่าสนใจ และการเพิ่มจำนวนลูกค้า

ในขั้นนี้การตลาดในรูปแบบบทความ คือการเข้าใจว่าลูกค้าสนใจและอยากรู้อะไรและนำเสนอในรูปแบบที่พวกเขาสนใจหรือตอบคำถามของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องโฆษณาสินค้าของคุณมากนัก แต่จะต้องเป็นเนื้อหาที่ให้ความรู้ เนื้อหาที่สามารถส่งต่อและจะดังได้ในอนาคตเป็นสิ่งที่ต้องการในขั้นนี้ของการตลาด ยิ่งบทความนี้น่าสนใจเท่าไหร่ ผู้คนก็จะเริ่มกลับมาค้นหา และรู้จักแบรนด์ของคุณเท่านั้น

การเพิ่มลูกค้า

สิ่งที่ต้องการ: สร้างความน่าเชื่อถือ, เสนอทางแก้ไขปัญหา และ การเพิ่มลูกค้าโดยตรง

ในจุดนี้คุณต้องทำให้ปัญหาที่ลูกค้าเจอเด่นออกมาและเสนอวิธีการแก้ปัญหานั้นด้วยสินค้าหรือบริการในแบบที่น่าเชื่อถือ ในขั้นนี้คุณต้องทำตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่งและตอบคำถามลูกค้าว่าเราจะแก้ไขปัญหาของเขาอย่างไร คุณไม่ต้องสนใจการขายสินค้ามากในขั้นนี้แต่ต้องทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีมากกว่าคู่แข่งของคุณ

การแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องการ: การสื่อสารคุณค่าของคุณ, ทำให้ลูกค้าทำในสิ่งที่เราต้องการ

ในขั้นนี้คุณพร้อมแล้วที่จะขายสินค้าและบริการ คุณแค่ต้องเพิ่มอะไรอีกนิดหน่อย บางครั้งคือการทำให้ลูกค้ารู้ว่าทำไมต้องซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ นี่เป็นเวลาที่คุณจะทำการเสนอขายที่เน้นในด้านคุณภาพต่างๆของสินค้าหรือบริการและการดูแลของคุณที่จะมอบให้กับลูกค้า

ความสัมพันธ์

สิ่งที่ต้องการ: สร้างความจงรักภัคดีต่อแบรนด์ (Brand Royalty), สร้างตัวแทนของแบรนด์คุณ อย่างเช่นดาราหรือผู้มีชื่อเสียง บางแบรนด์อาจะใช้ตัวการ์ตูนมาร์สคอต และ สร้างคุณค่าในชีวิตของลูกค้า

นักการตลาดทุกคนรู้ว่าการเก็บลูกค้าเก่าไว้นั้นถูกกว่าการไปหาลูกค้าใหม่ ในขั้นนี้คุณจะเน้นเรื่องการรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ของคุณและลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและไปบอกคนรอบข้างของเขาต่อ

3 อย่างที่ทำให้เทคนิคการตลาดนั้นดี

  1. ไอเดียที่สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ
    ไอเดียที่ดีได้แก่—√ ความเกี่ยวข้อง– เนื้อหา หรือ ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ√ มีประโยชน์– ตอบคำถามหรือตอบรับความต้องการของผู้ชม√ มีคุณค่า– เนื้อหาที่ไม่สามารถไปหาที่อื่นได้

    √ น่าสนใจ – สิ่งที่คนอยากส่งต่อ อิงกระแสสังคม หรือ มีความสร้างสรรค์

  2.  รูปแบบ—การทำให้เนื้อหาเหมาะกับช่องทางที่นำเสนอ
    เนื้อหาที่สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบและสามารถโปรโมทได้ในหลายช่องทางแต่ก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์และรูปแบบต่างๆของแพลตฟอร์ม เช่น การส่งผ่าน Line@  ควรเป็นข้อความสั้นๆ หรือเน้นรูปภาพที่สื่อความหมาย ไม่เน้นตัวอักษระเยอะ
  3. ความสร้างสรรค์—หาคนที่สร้างเนื้อหาของคุณ

การหาคนที่จะรับผิดชอบการสร้างเนื้อหาเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ มันยากมากสำหรับนักการตลาดคนหนึ่งที่จะทำเนื้อหาเองทั้งหมด คนส่วนใหญ่จึงเลือกจ้าง คนเขียนบทความให้โดยเฉพาะ หรือนักวางแผนการตลาดมาช่วยเพื่อย่นระยะเวลาในการทำงานของพวกเข้า และใช้เวลาที่เหลือไปพัฒนาธุรกิจด้านอื่นๆต่อ

โมชั่นดีไซน์ (Motion design) หรือ (Motion Graphics) คืออะไร? มันส่งผลกระทบให้กับผู้ชมอย่างไร?

โมชั่นดีไซน์ (Motion design) หรือ (Motion Graphics) คืออะไร? มันส่งผลกระทบให้กับผู้ชมอย่างไร?

เหมือนที่ชื่อเรียกมันบอก มันถูกสร้างมาจากสามส่วนด้วยกัน: การเคลื่อนไหว, กราฟฟิกซ์ และ การออกแบบ เป็นการรวมกันระหว่างกราฟฟิกซ์ที่ขยับในพื้นที่และเวลา ตัวอย่างที่สามารถเห็นได้ชัดคือ:

  • หนังอนิเมชั่น

  • วิดิโอ

  • ข้อความอนิเมชั่น

เทคนิคที่นักการตลาดสามารถใช้โมชั่นกราฟฟิกซ์ที่สามารถเติมเต็มการสื่อสารได้มีดังนี้:

  • การโฆษณาแบบเดิม: นักการตลาดสามารถใช้โมชั่นกราฟฟิกซ์ในวิดิโอ ออนไลน์ หรือ โฆษณาในโทรทัศน์เพื่อแสดงให้เห็นถึงสินค้า

  • วิดิโอโฆษณา: วิดิโอโฆษณาทั่วไปอย่างเช่นโฆษณาที่มีชื่อเสียง, กรณีศึกษา, การเล่าประสบการณ์, รีวิว ได้ถูกรวมอยู่ในวิดิโอประเภทนี้ด้วย

  • วิดิโออธิบาย: ผู้คนส่วนใหญ่ใช้โมชั่นกราฟฟิกซ์ในการอธิบายสินค้าใหม่หรือบริการ การจัดการบริหารและวิธีการใช้

  • วิดิโอโซเชียลมีเดีย: อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยม วิดิโอประเภทนี้รวมถึง วิดิโอในโซเชียลมีเดีย ที่ถูกสร้างเพื่อให้คนที่ติดตามในโซเชียลมีเดีย อย่างเช่น เฟสบุ็ค อินสตาแกรม แสนปแชท ยูทูป และ อื่นๆ อ้างอิงจากงานวิจัยโดย Tubular Insights, 64% ของผู้บรโภคนั้นถูกโน้มน้าว เพื่อที่จะซื้อสินค้าหลังจากได้ชมิดิโอจากโซเชียลมีเดียแล้ว

นี่เป็นบางวิธีที่สามารถทำให้โมชั่นกราฟฟิกซ์พิเศษและวิธีให้มันเล่าเรื่องราวของแบรนด์ของคุณได้

  1. สร้างเนื้อหาที่ทำให้สะเทือนความรู้สึกของผู้ชม เมื่อแบรนแสดงถึงเรื่องราวที่สะเทือนอารมผ่านโมชั่นกราฟฟิกซ์ วิดิโอเหล่านี้จะส่งข้อความถึงผู้ชมได้ง่ายมากขึ้น ผู้ชมจะรู้สึกร่วมกับรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดไปบนหน้าจอในทันที

  2. ช่วยในการเข้าใจกระบวนการที่ซับซ้อน ข้อมูลจะถูกย่อยโดยผู้ชมได้ง่ายกว่าหากถูกนำเสนอเป็นรูปภาพที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการอ่านมันออกมาให้คนฟัง

  3. สร้างภาพจดจำในเวลาอันสั้น โมชั่นกราฟฟิกซ์สามารถสร้างสิ่งที่น่าจดจำให้ผู้ชมด้วยเนื้อหาที่น้อยกว่า

  4. สะท้อนบุคลิกภาพของแบรนด์ โมชั่นดีไซน์เป็นวิธีที่สามารถโชว์ลุคลิกภาพของแบรนให้ผู้ติดตามได้รับรู้ ถ้าแบรนเป็นแบรนที่สนุกสนานหรือจริงจัง อนิเมชั่นที่ถูกผลิตออกมาควรให้ความรู้สึกเหมือนกัน นี่เป็นเหตุให้ผู้ออกแบบได้เรียนรู้จักการออกแบบสำหรับการเคลื่อนไหว

แต่การทำ Motion Design ต้องพึ่งคนที่มีความสามารถในการใช้โปรแกรมขั้นสูง และใช้เวลาในการทำ เจ้าของแบรนด์คนส่วนใหญ่จึงเลือกจ้าง นักออกแบบหรือกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ เพื่อลดเวลาให้การทำงานของตัวเอง Fastwork จึงเป็นหนี่งในตัวเลือกที่เจ้าของธุรกิจหลากหลายแบรนด์วางใจ  เลือกหาผู้ช่วยได้ตรงตามความต้องการที่นี่